บทที่ 11 หวงของ 1-2

“สุดยอดมากเลยเด ไม่อยากจะเชื่อว่าห่างหายจากการเล่นเปียโนไปนานถึงเจ็ดปี” ดึงมือรุ่นน้องมานวดอย่างเอาใจ “คราวนี้โรงเรียนเราได้ครูชั้นนำเพิ่มมาอีกคนแล้ว นักเรียนคงจะเพิ่มขึ้นอีกโขเลย ฉันต้องรีบสร้างห้องเรียนเพิ่มหรือเปล่า”

มองท่าทางดีใจจนเกินเหตุของอารัญญา เดหลีกลับหัวเราะไม่ออก เมื่อครู่ตอนอยู่ในงาน เธอเหมือนจะเห็นสามีกับผู้หญิงคนนั้น

หรี่ตามองอารัญญาอย่างจับผิด รุ่นพี่คงไม่ได้วางแผนกับเธอใช่ไหม?

ระหว่างที่คนทั้งคู่กำลังจ้องตากันอยู่นั้น ประตูหน้าพลันถูกผลักเข้ามา แรงลมพัดหวีดเพียงครู่ ร่างสูงโปร่งของคีรันก็มาปรากฏตัวต่อหน้าเดหลี มือของเขาคว้าหมับที่แขนเรียวเล็ก

“เดมาที่นี่ได้ยังไง”

ไม่ทันที่อารัญญาจะมีปฏิกิริยา เดหลีก็ผลักร่างสามีออกห่าง ดวงตากลมโตเคลือบแสงเงินยวงเยือกเย็นอย่างยิ่ง

“ฉันมาทำการแสดงค่ะ นี่เป็นงานที่ฉันบอกคุณเมื่อคืนไงคะ”

“งาน?” นึกถึงประโยคที่ภรรยาบอกเมื่อคืน กลางอกพลันร้อนวาบ “ไม่ต้องทำแล้ว กลับบ้านกับผมเถอะ”

“ไม่กลับค่ะ ตอนนี้ฉันตัดสินใจได้แล้วว่าจะออกมาอยู่ข้างนอก”

คีรันมีสีหน้าเคร่งเครียดขณะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เชื่อฟังผมเถอะ พวกเรากลับบ้านแล้วค่อยคุยกันอีกทีนะ”

“เฮอะ จะคุยอะไรกันอีก” เสียงนี้เป็นของอารัญญา เจ้าหล่อนเข้ามาขวางระหว่างคู่สามีภรรยา “กลับไปหาคู่ควงของคุณโน้น”

อารัญญาก็แบะปากพลางทับถม “ฉันก็เพิ่งจะเคยเห็นผู้ชายที่อยากควงผู้หญิงอื่นออกงานมากกว่าเมียตัวเองก็คราวนี้”

คำพูดนี้แปลออกมาได้หลายความหมาย แต่ที่ทำเขาเจ็บจี๊ดที่สุดก็คือความหมายว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้หลายใจ ได้ใหม่ลืมเก่า

สันกรามขบแน่นจนสั่นระริก คีรันอยากจะแก้ตัว หากทว่าไม่มีใครเปิดโอกาสให้เขาทั้งนั้น ชายหนุ่มรู้ดีเชียวล่ะ ถ้ายังไม่ถอยอีกเรื่องราวคงลุกลามใหญ่โตกว่านี้แน่

ยกมือเป็นฝ่ายยอมแพ้ "ได้ งั้นผมจะรอคุณจนจบงาน..."

แต่ในขณะที่เขาจำยอมถอย ด้านนอกดันมีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน เสียงของเจ้าหล่อนหวานหยด ยามเรียกชื่อคีรันมีความสนิทสนมกว่าปกติ

เวลาผ่านไปหลายนาที พอไม่มีคนตอบสาวเจ้าก็เปิดประตูเข้ามาเอง ครั้นพบคีรันอยู่ตรงนี้จริงๆ เธอก็ถกกระโปรงเดินเร็วๆ เข้ามาควงแขนเขาอย่างสนิทสนม ดวงตาที่ถูกตกแต่งมาอย่างดีชำเลืองมองเดหลีและพรรค์พวก

“นี่ใครเหรอคะ คนรู้จักของคุณคีรันเหรอ”

คีรันขมวดคิ้วยุ่งยากใจ เขามองเดหลีเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่พยายามอยู่นานมาก กลับพูดไม่ออกสักคำ 

เดหลียิ้มมุมปากพลางเหลือบมองสามีซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างน้อยครั้งจะเห็น ความเยือกเย็นในหัวใจทำพิษ ยามนี้แช่แข็งหัวใจเธอจนปวดหนึบ

บอกไปสิว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ

บอกสิ บอกในตอนที่ฉันกำลังให้โอกาส

ทว่าคีรันกลับทำให้เธอผิดหวังอีกจนได้ เขาไม่พูดอะไรออกมาสักคำ นั่นจึงทำให้บรรยากาศภายในห้องยิ่งอึดอัดไปใหญ่

ต่อมาโดยไม่มีใครคาดคิด เงาร่างสูงใหญ่ของผู้ชายอีกคนจะปรากฏด้านหลังเดหลี มือใหญ่รวบเอวบางมากอดไว้ พร้อมเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น ขัดจังหวะอันชวนหายใจไม่ออกนั้น

“ทำอะไรกันอยู่เหรอ น่าสนุกจัง”

เป็นคีริน แฝดพี่ของคีรัน!

สายตาทุกคนเปลี่ยนจุดโฟกัสทันที หันมามองแฝดพี่ผู้มีประพิมพ์ประพายคล้ายคลึงกับคีรันจนแยกไม่ออก เหมือนเขาจะทนมองน้องชายทำตัวโลเลไม่ไหว เลยโอบเอวเดหลีแล้วก้มหน้าถามอย่างสนิทสนม

“ไงที่รัก เหนื่อยไหม”

ได้ยินเช่นนั้นอัณศยาพลันร้อง “อ่า เธอคือคนรักของคุณเหรอคะ”

“ครับ นี่ภรรยาผมเอง เธอได้รับเชิญมาเล่นดนตรีในงานนี้โดยเฉพาะเลย”

เนื่องจากอัณศยารู้ว่าคีรันมีฝาแฝดอยู่คนหนึ่ง จึงไม่ได้แปลกใจกับการปรากฏตัวของคีรินเท่าไหร่ ยามนี้ได้ยินว่าหญิงสาวตรงหน้าคือภรรยาของเขาจึงรู้สึกโล่งอก

หันมาส่งยิ้มเปี่ยมอัธยาศัยให้เดหลี “สวัสดีค่ะ เปียโนเมื่อครู่เพราะมากเลย”

อารัญญาลอบเบ้ปาก นังงูพิษนี่ไม่มีสมองหรือไง ถึงไม่รู้ว่าคนที่อยู่ต่อหน้าตนเองคือใคร

แต่นั่นก็ว่าไม่ได้ นับแต่เดหลีแต่งงานอยู่กินกับสามี แทบนับครั้งได้ที่เธอจะปรากฏตัวต่อหน้าสื่อ ส่วนใหญ่หญิงสาวคอยอยู่เบื้องหลังคีรันตลอด จึงทำให้ตัวตนของเธอในฐานะคุณนายจืดจางเหลือเกิน

อัณศยาไม่รู้จึงไม่แปลก แต่ที่แปลก คือหล่อนช่างกล้าเหลือเกิน ที่แอบกินกับสามีชาวบ้านแล้วยังกล้าชูคอให้คนนอกเขารู้ด้วย

เพราะไม่อยากมองหน้านังแพศยา อารัญญาจึงผินหน้ามามองเดหลีกับแฝดพี่แทน

เมื่อครู่แฝดพี่ปรากฏตัว จึงทำให้บรรยากาศเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม ราวกับขดลวดที่ถูกดึงจนตึง ดวงตาของแฝดน้องสาดประกายเย็นยะเยียบขึ้นวูบ

“มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ตั้งแต่งานเริ่ม พอดีออแกไนซ์งานนี้เป็นของบริษัทฉันรับผิดชอบ” ทำราวกับมองไม่เห็นท่าทางจะกินเลือดกินเนื้อของน้องชาย “ถ้าไม่มีอะไรพวกเราขอตัวกลับก่อนแล้วกัน”

เดินแยกห่างจากงานเลี้ยงมาพอสมควร คีรินไม่พูดไม่จาก็ลากเดหลีขึ้นรถ เขาทนแล้วทนอีก สุดท้ายระงับใจไม่ไหวหันมาขบปากหญิงสาวเบาๆ

“วันนี้คุณสวยจนผมอยากจะเป็นบ้า”

หญิงสาวเช็ดปาก “คุณมันบ้าไปตั้งนานแล้ว”

คีรินไหวไหล “ก็ไม่ได้ขนาดนั้น ว่าแต่ว่าคุณกับน้องชายผม ไปกันได้ดีหรือเปล่า”

เดหลีกลอกตามองบน ไปได้ดีก็บ้าแล้ว คิดว่าเธอเห็นภาพนั้นแล้วจะยังทำตัวปกติได้หรือ

หันกลับมามองคีรินแล้วว่า “คุณทำแบบนี้ทำไม”

โน้มตัวขบปากนุ่มอีกรอบ พูดจาหว่านล้อมซ้ำอีกอย่างไม่ท้อใจ “ผมแค่อยากเสนอตัว ถ้าน้องชายของผมมันเลว คุณก็เลือกผมได้”

เดหลีเหยียดยิ้มเยาะ “พวกคุณมันก็เลวทั้งคู่นั่นแหละ ถ้าให้เลือก ฉันขอไม่เอาใครเลยดีกว่า”

มองปากสวยหวานพลางเอ่ยเจือยิ้ม “ถ้าทำได้ละก็นะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป